วิกฤติ เด เคอา : ถึงคราวบอกลาฮีโร่ ?

0
24

ตลอดช่วงหลายฤดูกาลก่อนหน้านี้ ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูชาวสแปนิชคือคนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จากการที่เขาโชว์ฟอร์มเซฟแบบสวยๆ ได้หลายครั้ง โดยบางชอตเรียกว่าถึงขั้นปาฏิหาริย์เลยก็ว่าได้

ผลงานของ เด เคอา ทำให้เขาถึงขั้นเคยได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของสโมสรจากการโหวตของแฟนๆ หรือ เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ ถึง 4 หน มันทำให้เขาเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รางวัลดังกล่าวมากถึงขนาดนั้น

วิกฤติ เด เคอา : ถึงคราวบอกลาฮีโร่ ?

 

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมามันก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า เด เคอา ฟอร์มตกอย่างน่าใจหายและเล่นผิดพลาดแบบน่าเหลือเชื่อหลายหน อย่างเช่นเกมล่าสุดที่ทำได้น่าผิดหวังจนส่งผลให้ทีมแพ้ เชลซี 1-3 ในรอบรองชนะเลิศของศึก เอฟเอ คัพ เมื่อฤดูกาล 2019-20 และฟอร์มในเกมนี้ก็ทำให้ประเด็นที่ว่ามันถึงเวลาที่ เด เคอา ควรโดนดร็อปแล้วรึยัง รุนแรงขึ้นไปอีก

แน่นอน ที่ผ่านมามีคนกลุ่มหนึ่งที่มองว่า เด เคอา ควรได้รับโอกาสแก้ตัว เพราะที่ผ่านมาก็ช่วยทีมมาเป็นเวลานานซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริง อย่างเช่น ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ที่หนุนหลังนายทวารชาวสแปนิชเต็มที่ แต่อีกมุมหนึ่งถ้าจะบอกว่านี่คือซีซั่นที่ เด เคอา ได้รับโอกาสแก้ตัวก็ไม่ผิดนัก เพราะจะว่าไปเขาก็ฟอร์มตกมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อนแล้ว และตอนนี้แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด บางคนก็ถึงขั้นทน เด เคอา ไม่ไหวอีกต่อไป

 

วิกฤติ เด เคอา : ถึงคราวบอกลาฮีโร่ ?

 

หากยังจำกันได้ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยแสดงความเห็นว่า เด เคอา ฟอร์มไม่เหมือนเก่านับตั้งแต่จบศึก ฟุตบอลโลก 2018 โดยในทัวร์นาเมนต์นั้นแฟนบอลสเปนตั้งความคาดหวังกับเขาเอาไว้สูงมาก แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถช่วยให้บ้านเกิดประสบความสำเร็จได้ และไปถึงเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น และหากวัดตามสถิติต่างๆ แล้วมันก็พอจะบอกได้ว่า เด เคอา ไม่ใช่คนเดิมนับตั้งแต่จบรายการนั้นจริงๆ

เริ่มจากสถิติด้านที่ว่า “การเล่นผิดพลาดที่นำไปสู่การเสียประตู” โดยในช่วง 5 ฤดูกาลที่ เด เคอา เล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะถึงศึกฟุตบอลโลก 2018 นั้น เขามีชอตพลาดจนทำให้ทีมเสียประตูในลีกเพียงแค่ 3 หนเท่านั้น แต่ในช่วง 2 ซีซั่นหลังสุดตัวเลขด้านนี้ของเขาอยู่ที่ 7 หน และขอย้ำว่าตัวเลขดังกล่าวดูเฉพาะในลีกเท่านั้น

 

วิกฤติ เด เคอา : ถึงคราวบอกลาฮีโร่ ?

 

นอกจากนี้ ถ้าดูเฉพาะฤดูกาล 2016-17 กับ 2017-18 แล้วล่ะก็ เด เคอา ก็มีเปอร์เซ็นต์เซฟที่สูงมาก โดยในซีซั่น 2016-17 เขาเซฟได้ 74 ครั้งจากการโดนยิงตรงกรอบใส่ 103 หน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ .757 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในฤดูกาล 2017-18 เขาโดนยิงตรงกรอบใส่ 140 ครั้ง แต่เซฟได้ 15 หน คิดเป็น .807 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม หลังจากล้มเหลวในศึก ฟุตบอลโลก 2018 แล้วนั้น เด เคอา ก็มีเปอร์เซ็นต์เซฟในลีกประจำฤดูกาล 2018-19 ได้ .716 เปอร์เซ็นต์ หลังเซฟได้ 124 หนจากการโดนยิงตรงกรอบลใส่ 169 ครั้ง ส่วนซีซั่นนี้ถึงแม้จะยังเหลืออีก 2 นัด แต่เปอร์เซ็นต์เซฟของเขาในลีกก็อยู่ที่ .725 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จริงอยู่ว่าเปอร์เซ็นต์ด้านนี้มันนับรวมการที่กองหลังช่วยสกัดจากบนเส้นเข้าไปด้วย แต่โดยรวมแล้วตัวเลขมันก็ดร็อปลงอย่างเห็นได้ชัด

 

วิกฤติ เด เคอา : ถึงคราวบอกลาฮีโร่ ?

 

มาต่อกันที่การเซฟจังหวะที่ “ควรจะเสียประตู” หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกกันว่า Expected Goals โดยเจ้า Expected Goals นั้นเป็นสถิติที่ดูถึงจังหวะการยิงที่มีโอกาสเป็นประตูสูง ซึ่งมันก็จะดูจากหลายปัจจัย อย่างเช่นลูกยิงที่ถูกยิงตรงกรอบมันโดนยิงมาจากมุมที่ควรเป็นประตูมากแคไหน เป็นต้น ซึ่งในฤดูกาล 2017-18 เด เคอา ต้องเจอกับลูกยิงแบบที่ว่านี้เฉลี่ย 0.27 ครั้งต่อเกมในลีก แต่เขาก็ยังเซฟแบบน่าเหลือเชื่อเอาไว้ได้จนทำให้ตัวเลขด้านการเซฟจังหวะที่ควรจะเสียประตูสูงถึง +12.1

พอถึงฤดูกาล 2018-19  เขาต้องเผชิญหน้ากับลูกยิงแบบที่ควรจะเสียประตูเยอะขึ้นนิดหน่อยที่ 0.29 ครั้งต่อเกม แต่กลับกลายเป็นว่าตัวเลขการเซฟจังหวะแบบนี้ของเขาลดเหลือ +2.1 และในซีซั่นนี้เขาเจอลูกยิงแบบนั้น 0.28 ครั้งต่อเกม แต่ก็เซฟไม่สำเร็จหลายหนจนทำให้ตัวเลขการเซฟจังหวะแบบนี้อยู่ที่ 0.3 เท่านั้น

ไฮไลท์เอฟเอคัพ แมนฯยูไนเต็ด 1-3 เชลซี    จริงอยู่ว่า เด เคอา เคยเป็นฮีโร่ของทีมมาเป็นเวลานาน แต่การเปลี่ยนแปลงมันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกอย่าง และตอนนี้การให้โอกาส เฮนเดอร์สัน ได้เป็นมือ 1 ของทีมในซีซั่นหน้าก็ดูเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะความเสี่ยงระหว่างการให้ เฮนเดอร์สัน เป็นตัวจริง กับการให้ เด เคอา เฝ้าเสาต่อมันดูจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน ถ้าให้พูดอีกแบบก็คือมันไม่ได้หมายความว่าถ้าใช้ เฮนเดอร์สัน แล้วทีมอาจจะมีโอกาสเสียประตูเยอะกว่า เนื่องจากตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีสภาพแบบพร้อมที่จะเสียประตูได้ทุกเวลาเมื่อ เด เคอา ลงเฝ้าเสา จนทำให้ “เร้ด อาร์มี่” แทบนั่งลุ้นไม่ติดเก้าอี้เวลาที่คู่แข่งบุกมาถึงกรอบเขตโทษอยู่แล้ว

 

วิกฤติ เด เคอา : ถึงคราวบอกลาฮีโร่ ?

 

ว่าไปแล้วมันก็ชวนย้อนให้นึกถึงวลีเด็ดของ ฮาร์วี่ย์ เดนท์ หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า “ทู เฟซ” ตัวร้ายในการ์ตูนและภาพยนตร์ของ Batman ที่พูดเอาไว้ในหนังภาค Batman: The Dark Knight ซะเหลือเกิน

“คุณจะยอมตายเยี่ยงวีรบุรุษ หรือจะอยู่ไปอีกนานจนสุดท้ายต้องมาเห็นว่าตัวเองเป็นวายร้าย”

– เด็กเกร็ดบอล –

Add friend ที่ @1XSUPPORT

ผู้สนับสนุนบาเซโลนาอย่างเป็นทางการ คิดจะเล่น เล่นกับ 1XBET  สมัครที่นี่ 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here